6 ฟีเจอร์ที่มีใน iPhone 6 Plus แต่ไม่มีใน Samsung Galaxy Note 4

0
2757

ถือว่าแจ่มตีคู่กันมาเลยทีเดียวนะคะสำหรับ Samsung Galaxy Note 4 และ iPhone 6 Plus คราวที่แล้วแอดมินก็ได้ส่ง 10 ฟีเจอร์ที่มีใน Note 4 แต่ไม่มีใน iPhone 6 Plus มาให้เพื่อนๆได้ดูเป็นแนวทางในการเลือกสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นกันแล้ว ก็คงต้องขอย้ำกันอีกครั้งว่าไม่ได้เป็นการชี้นำให้เลือก iPhone 6 Plus หรือ Samsung Galaxy Note 4 แต่อย่างใด แต่เป็นเพียงตัวช่วยย้ำเตือนถึงความเหมาะสมในการใช้งานสำหรับผู้ใช้เท่านั้นจ้า

วัสดุที่ใช้เป็นโลหะแบบพรีเมียม

ก็อาจจะดุเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรได้รับการแก้ไขเลยก็ว่าได้ สำหรับวัสดุในการผลิตสมาร์ทโฟนของซัมซุงบางรุ่น รวมถึง Note 4 ด้วย ที่ทางผู้ใช้บ่นกันให้หนาหู ว่าซีมซุงควรเลิกใช้พลาสติกในการผลิตสมาร์ทโฟนได้แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ก็ทำให้ iPhone 6 Plus ได้เปรียบไปโดยปริยาย

Premium-metal-design

ความบางของตัวเครื่อง

ผู้ใช้บางส่วนให้ความเห็นว่า iPhone 6 Plus แลดูมีความเป็นพรีเมียมมากกว่า Note 4 รวมทั้งมีความบางกว่า ด้วย ทำให้การใช้งาน iPhone 6 Plus ดูสมูทนุ่มนวล และสามารถใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียวพอดี ส่วน Note 4 อาจจะดูใหญ่กว่า(กว้างกว่า) ทำให้การใช้งานด้วยมือเดียวอาจจะยากไปสักนิด

Thin-chassis

การแสดงผลของหน้าจอในที่ ที่มีความสว่างมากๆ

จากการใช้งานของผู้ใช้ iPhone 6 Plus และ Note 4 พบว่าการแสดงผลของหน้าจอในที่ ที่มีความสว่างมากๆ iPhone 6 Plus ทำได้ดีกว่า LCD 2.5D zero air-gap ของ iPhone 6 Plus นั้น สามารถแสดงผลได้สว่างกว่าหน้าจอแบบ Quad HD AMOLED display ของ Note 4 ถึง 30% จึงทำให้ การแสดงผลของหน้าจอในที่ ที่มีความสว่างมากๆ iPhone 6 Plus ทำได้ดีกว่า

Brighter-display

โหมดถ่ายวีดีโอ “สโลว์โมชั่น” ที่ความเร็ว 240 fps

iPhone 6 Plus นั้นมาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายวีดีโอแบบสโลว์โมชั่นที่เมื่อรวมตัวกันกับชิปประมวลผล A8 และกล้อง iSight ใหม่แล้วทำให้ได้วีดีโอแบบสโลว์โมชั่นที่ความเร็ว 240 fps ผลที่ได้คือทำให้วีดีโอมีความนุ่มนวล มีความเนียนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ Note 4 ก็มีโหมดถ่ายวีดีโอ สโลว์โมชั่น เช่นกัน แต่มีความเร็วอยู่ที่ 120 fps

240fps-slow-motion-HD-video-mode

ฟีเจอร์ Reachability

สำหรับฟีเจอร์ Reachability นี้ Apple คงเล็งเห็นแล้วว่าเมื่อขยายหน้าจอให้มีความใหญ่ขึ้น ย่อมมีปัญหาสำหรับคนที่ไม่คุ้นกับการใช้งานสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่แน่นอน จึงจัดส่งฟีเจอร์ Reachability มาช่วย เพียงแค่กดปุ่ม Home 2 ครั้ง หน้าจอที่เต็มจอก็จะลดขนาดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว เพียงแค่นี้ก็สามารถใช้งานมือเดียวได้แล้ว ส่วนใน Note 4 ก็มีฟีเจอร์นี้เช่นกันแต่ใช้ได้เพียงย่อขนาดของแอพพลิเคชั่นต่างๆให้เล็กลง และสามารถเลื่อนซ้ายขวาได้เท่านั้นเอง

Reachability

การใช้งานในแนวนอน (landscape)

เรียกได้ว่าฟีเจอร์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อกลบเสียงบ่นจากผู้ใช้งานที่อาจจะเบื่อ UI เก่าๆของแอปเปิ้ล ที่ไม่ว่าจะออกมารุ่นไหนๆก็เหมือนเดิม จึงส่งโหมด landscape หรือการใช้งานในแนวนอน เพื่อเปิดหน้าจอให้กว้างขึ้นอีก ซึ่งในส่วนนี้ยังไม่มีในแอนดรอยด์ หรือแม้แต่ซัมซุงเองก็ยังไม่มี Homescreen แบบนี้

Landscape-interface-mode

ที่มา : phonearena.com